ครั้งแรก กับการมางาน Web Wednesday 9

 

ป้ายหน้างาน

กลับมาให้เห็นกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้มารีวิวอะไร แต่จะมาชมบรรยากาศของงาน Web Wednesday ครั้งที่ 9 ที่มีการจัดขึ้นในประเทศไทย  งานนี้จัดขึ้นเมื่อ 21 มีนาคม 2012 ที่ Route 66 แถว RCA แหล่งของความบันเทิง ผับ บาร์ แต่งานนี้ไม่ได้มากินดื่มอะไร แต่มาร่วมงาน นี้  หัวข้อหลักของงานนี้คือ 2012 Digital Trending มาดูกันว่างานนี้มีอะไรกันบ้าง

 

กิจกรรมหน้าเวที ก่อนเริ่มงาน

ตอนนี้เป็นการให้กระดกเบียร์ให้หมดโดยเร็วที่สุด

งานในวันนี้เริ่มประมาณ 1 ทุ่ม แต่กว่าจะเริ่มจริงก็หลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะต้อง set จอ Projector ซะตั้งนาน เริ่มแรกก็มีการจับรางวัลกันเล็กๆ น้อยๆ มีทั้งตุ๊กตา Angry Birds ที่เล่นโยนแจกกันเลย มีแข่งดื่มเบียร์รวดเดียวหมดบนเวที หรือมีการจับรางวัลจากนามบัตรที่หย่อนตอนลงทะเบียน (งานนี้ไม่ได้ร่วมสนุกกับนามบัตร เพราะไม่ได้หย่่อนนามบัตร

 สปอนเซอร์ของงานอย่าง Heineken

ก็มาให้บริการเบียร์เย็นๆ สำหรับผู้ร่วมงาน

ในงานยังมีสปอนเซอร์คือ Heineken มีเบียร์ให้ดื่มกันด้วย แต่งานนี้ขอผ่าน เพราะเป็นคนไม่ดื่มเบียร์อยู่แล้ว เห็นมีแจกเสื้อ พร้อมกอดสาวจาก Heineken ด้วย หนุ่มๆ หลายคนสนใจสิ่งนี้มากเลยทีเดียว

 พี่ Atawoot ขึ้นมาบรรยายใน section แรก

เริ่มในหัวข้อแรก โดย คุณ Atawoot

เป็นการพูดถึง Trending บนโลกอินเทอร์เน็ต สื่อ Digital Media ซึ่งทำให้ Blogger เริ่มมีบทบาทมากขึ้น เป็นเหมือนการบอกเล่าประสบการณ์การใช้ โดยที่มีทั้งสื่อวีดีโอ และอื่นๆ เข้ามา รวมถึงสื่อเกี่ยวกับ Mobile หรือบน Tablet ซึ่งมาแรงในช่วงนี้ ทำให้แต่ละแบรนด์เริ่มให้ความสนใจกับสื่อ Social Media ที่มีการบอกต่อกันมากขึ้น จนถึงกับมี Digital Specialist ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำ ติดตามสื่อ Social Media หรือสื่อ Digital มากขึ้น อีกสื่อที่มาคือ HTML5 ที่สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ Mobile Device ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังคงต้องมี E-Mail, Flash, Banner ใช้กัน เพราะมีบางส่วนยังคงต้องใช้ ไม่ได้หายไป ถึงจะไม่เติบโตแล้วก็ตาม อีกสิ่งที่ยังมี ก็คือการแชร์ ในที่นี้เรียกว่า Sharevertising เป็นการโฆษณาที่มีการบอกต่อไปเรื่อยๆ จนเป็น Viral Video ที่มีผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น

อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในปัจจุบันมีการใช้ Smartphone  ในไทยสูงขึ้น  คือมีประมาณ 47% มีการใช้ Tablet ประมาณ 26% ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ถือว่ามีการเติบโตที่สูงขึ้น แต่ถึงยังไง ก็ยังมีการใช้งาน PC อยู่ดีเพราะยังมีคนอีกส่วนใหญ่ใช้งาน เพราะยังมีการใช้งาน flash ดูวีดีโอคลิป หรืออัพโหลดวีดีโอ รูป ทำให้ PC ยังคงอยู่ไปอีก

การเข้าไปดูสินค้า เดี๋ยวนี้ก็ดูจากเว็บมากขึ้น ทำให้การขายสินค้าในเว็บ ต้องมีอะไรที่น่าดึงดูด สนใจ เช่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือสินค้าดี มีการบอกต่อ เราเองก็ต้องทำให้มีคนสนใจ เพื่อสินค้าของเราจะได้ขายได้มากขึ้น

คนเราเดี๋ยวนี้มีสังคม พฤติกรรมแบบผึ้ง คือต้องมีการค้นหาผู้ที่มีความคิดเห็นเหมือนกับเรา

อย่าให้ Social Media ที่เราใช้ เป็นเพียงแค่ช่องทางหนึ่งที่เราสื่อสารกับลูกค้า หรือผู้ที่เข้ามาใช้งานสินค้า หรือบริการในแบรนด์ของเรา แต่เราควรใส่ใจ ด้วยการเข้าไปสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจกับลูกค้าได้

Twitter ในไทย ที่มีการใช้งานมีประมาณ 1 ล้าน account แต่ที่ active มีประมาณ 130,000 account แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับ Facebook ที่มีผู้ใช้มากกว่า

 

ตัวแทนจาก ComScore ขึ้นบรรยาย Section ที่ 2

หัวข้อถัดไป Online Audience Measurement โดยตัวแทนจาก ComScore

ในหัวข้อนี้ ได้น้อยมาก เพราะเป็นภาษาอังกฤษ เท่าที่ได้ในตอนท้าย ก็มีการพูดถึง ComScore ที่เป็นบริษัทที่ดูแลด้านสื่อ Social Media แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง ในปีแรก $5,000 ปีถัดมา $10,000 สูงเกินกว่าที่บริษัทเล็กในไทยจะรับได้

ข้อมูลได้เท่านี้จริงๆ มีน้อย แถมไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

 

พี่ปี่ พี่ป้อม พี่เป๊ก ขึ้นบรรยายรวมใน Section สุดท้าย

หัวข้อถัดไป เป็นหัวข้อสุดท้าย โดย พี่ปี่ พี่ป้อม ภาวุธ  พี่เป๊ก ขึ้นมาในรอบนี้ ในหัวข้อ Quantify the Digital Space With Effective Measurement

Facebook ในไทย คิดเป็น 80% ของประชากรออนไลน์

เครื่องมือที่ใช้วัดประสิทธิภาพ หรือการวัดผลใน Social Media คือ ZocialRank และ ZocialEyes ของ Zocial Inc. โดยพี่ภาวุธ  ซึ่งเครื่องมือนี้ใช้สำหรับเจาะลึกทั้งแบรนด์ของเรา ด้วยการ Monitoring การติดตามผลจากหลายๆ ส่วน ทั้งจาก Webboard หรือ Blog หรือ Social Network ทั้งหลาย ทั้งในแง่ของการชื่นชม และการตำหนิ (ง่ายๆ ก็การด่านั่นแหละ) มีการแยกแยะทั้งข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ การเช็คอินใน Foursquare โดยจะมีการส่งข้อมูลทาง E-Mail ด้วย ในอีกประโยชน์หนึ่ง  ยังมีการเก็บข้อมูลไว้ใช้เปรียบเทียบกับคู่แข่งเอาไว้ด้วย แถมยังสามารถตรวจสอบผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ยังมีการ active อยู่หรือไม่  มีการเข้าใช้บ่อยแค่ไหน ซึ่งสามารถบอกได้ละเอียดยิ่งกว่า Facebook Insight ซะอีก

ในอีกส่วน แสนสิริก็มีการใช้งาน ZocialRank สำหรับเช็คผลข้อมูลของแบรนด์ด้วย

การกด Like ไม่ใช่เป้าหมายหลักของธุรกิจ แต่เราต้องเข้าถึงเป้าหมายทางธุรกิจจริงๆ หรือการดูที่ผลงานจริงๆ มากกว่า

**เพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดสไลด์ของหัวข้อที่ 3 โดยที่ปี่ จาก Sansiri ได้ ที่นี่

 

ในตอนท้ายก็มีการจับรางวัลปิดท้ายงาน มีการแจก Gift Voucher กันด้วย

 

ของรางวัลที่ได้จากงาน ตอนเล่มเกมหาคนใส่แว่นในงาน

เป็น Thumbdrive 2 GB จาก SynergyE 

ต้องขอขอบคุณทีมงานผู้จัด Web Wednesday ที่ได้จัดงานที่มีประโยชน์อย่างนี้ขึ้นมา ทำให้เราได้ความรู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้น

ขอบคุณพี่บับเบิ้ล ที่ชวนกริชมางาน ผ่านทาง Event ใน Facebook

รวมถึงอีกหลายๆ ท่านใน Twitter ที่มีการใส่ #WWTH9 ที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม จากส่วนที่กริชได้ทวีตในงาน

ต้องขออภัยที่อาจจะมีบางข้อมูลที่ตกหล่นไป เนื่องจากกริชเองก็ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการตลาดสักเท่าไหร่ เพียงแค่สนใจมางานในครั้งนี้

ไว้ถ้ามีโอกาส งาน Web Wednesday คราวหน้าก็จะมาร่วมอีกเช่นเคยครับ

 

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับงาน Web Wednesday ครั้งที่ 9 เพิ่มเติม จาก #WWTH9 ได้