งานสัมมนา #WebPresso เรื่อง “Web Trend 2015”

กลับมาเขียนบล็อกอีกสักครั้ง ช่วงนี้จะเริ่มพยายามมาอัพให้มากกว่านี้แล้ว เพราะอย่างน้อยจะได้พัฒนาแนวทางในการเขียนด้วย ในวันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนา Webpresso ซึ่งจัดโดย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ในหัวข้อ Web Trend 2015 ณ CP Tower ชั้น 11  ซึ่งหัวข้อนี้น่าสนใจ เพราะจะทำให้เราได้ทราบถึงแนวโน้มของเว็บไซด์ในประเทศไทยว่าจะไปในทิศทางใด

ผู้ร่วมเสวนา มีดังนี้

1.  สาขา Web Marketing คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ / @siwat / CEO บริษัท mInteraction
2.  สาขา Web Content คุณจักรพงษ์ คงมาลัย / @jakrapong / Head of Content Business Sanook Online
3.  สาขา Web Developer คุณอัครวุฒิ ตำราเรียง / @joomlacorner / CEO บริษัท Marvelic Engine
4.  สาขา Web Design คุณณิชา จุฑาศิริวงศ์ / @KUpoom / LnwShop co-founder

เท่าที่ได้ฟัง พอจะสรุปเป็นหัวข้อได้ดังนี้

Searching (การค้นหา)

  • มีการใช้ mobile กับกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เพิ่งซื้อสมาร์ทโฟนมาใหม่มีมากขึ้น โดยที่ซื้อมาแล้วใช้ทันที ส่วนอุปกรณ์ก็มีราคาต่ำลง มี traffic มาจากอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้น ทั้งจาก web browser หรือ app
  • ในอุปกรณ์มือถือ ทำให้เราทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งของบุคคลนั้นว่าอยู่ที่ไหน ซึ่งดูได้จาก Location Service พวกร้านอาหารควรสนใจในจุดนี้ เพื่อให้ดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการได้มากขึ้น

Design (การออกแบบหน้าเว็บ)

  • หน้าเว็บไซด์รูปแบบ responsive เป็นรูปแบบเว็บที่สำคัญ เพราะสามารถย่อหรือขยายหน้าจอในทุกการแสดงผล ทั้งจากโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ Tablet หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้หลากหลายรูปแบบ มีข้อเสนอว่า ควรออกแบบจากหน้าจออุปกรณ์มือถือก่อนหน้าเว็บปกติ เพราะในปัจจุบันมีการใช้งานในส่วนนี้มากกว่า
  • แนะนำ Themeforest แหล่งรวมขายธีมสารพัดในเว็บ ในหลาย platform

Content (เนื้อหาของเว็บ)

  • content ในตอนนี้มีเทคนิคในการพาดหัวด้วยการพาดหัวด้วยคำถามเชิงยั่วยวน และมีรูปที่ชวนให้เข้าไปมากขึ้น
  • ในตอนนี้คนมีเวลาในการเข้าไปมากขึ้น เนื่องจากคนเข้าไปใช้เวลาในการอ่านมากกว่าการดูทีวี
  • ยกตัวอย่างเว็บ Sanook มีรูปแบบคอนเทนต์ โดยมีการแบ่งกลุ่มผู้อ่านที่หลากหลาย มีโทนการนำเสนอเนื้อหาอย่าง weekend ที่มีการนำเสนอกับสังคม แบบ exclusive ซึ่งเห็นได้ว่าเราควรมีการนำเสนอข่าว ปรับเนื้อหาข่าวอย่างเหมาะสม (repackage) ไม่ทำร้ายสังคมจนเกินไป อ่านเสร็จแล้ว เราได้อะไรบ้าง อยากให้ทุกคนช่วยกันทำให้ดีขึ้น
  • การรีวิวแบบวีดีโอ กับภาพ ควรทำควบคู่กัน ขึ้นกับคนมาอ่านว่าเป็นแบบไหน บางคนรู้อยู่บ้าง บางคนไม่รู้ ควรใส่รายละเอียดอย่างครบถ้วน มีการบรรยายที่เข้าใจง่าย
  • เนื้อหาแบบ video เราควรดูที่ผู้ผลิตว่าเป็นแบบไหน มีจุดเด่นแบบไหน ซึ่งก็ขึ้นกับอินเทอร์เน็ต 3g 4g ด้วยว่าสามารถใช้งานได้ดีแค่ไหนในแต่ละพื้นที่
  • ถ้าคนจะซื้อของบางอย่าง มักมีการดูรีวิวอย่างน้อย 8 คน การนำเสนอดูน่าเชื่อถือหรือไม่ ถ้าเขียนเพื่อเอาเงิน สิ่งที่มีประโยชน์จะหายไป ต้องมีการรักษาสมดุลระหว่างการเขียนเพื่อเอาเงิน กับเรื่องจุดดี จุดเสียของสิ่งของที่ต้องการใช้
  • สิ่งที่มีเปลี่ยนแปลงของการอัพบล็อกของคนบางกลุ่มคือ มีการอัพบล็อกน้อยลง ใช้ social network อย่างเดียว เพราะใน Social Network นั้นมีการเข้าถึงมากกว่า

Marketing (การทำการตลาด)

  • แนวโน้มการโฆษณาในปีนี้ ในส่วนของ Facebook Ad มีการแสดงผลโฆษณาแบบไม่เสียเงินลดน้อยลงจาก 12% เหลือ 6% ถ้าเราต้องการให้มีการแสดงผล ก็จะเป็นต้องเสียเงินเพื่อให้มีการแสดงผลที่มากขึ้น
  • เราควรมีการโพสต์ลงในแฟนเพจให้มากขึ้น โดยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจในหน้าแฟนเพจด้วยการเข้าไปตอบในคอมเมนต์ของโพสต์ของเรา หรือตอบใน Inbox ด้วย
  • การโฆษณา มีการทำโฆษณาแบบที่ดูเหมือนคอนเทนต์มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้เข้ามามากขึ้น
  • การใช้ Banner หลักๆ ยังใช้ของ Google กับ Facebook ทั้งสองเจ้านี้รวมกันใช้งานเกินครึ่ง ซึ่งมีจับความสนใจของเรา แล้วจะแสดงให้เราเห็นตามเว็บต่างๆ ให้เราเห็นตลอดจนทำให้บางคนตัดสินใจซื้อเลย

Tools (เครื่องมือ)

  • ในเว็บมีการใช้ API ส่งไปยัง Social Network หลัก อย่าง Facebook Twitter หรือ Line มากขึ้น
  • มีการใช้ Cloud Computing ในเว็บมากขึ้น
  • การใช้รูป จะต้องมีการตั้งขนาดของรูปที่หลากหลายขึ้นตามรูปแบบตามขนาดจอการใช้งาน อีกอย่างหนึ่งคือ รูปที่ใช้ในลิงก์ของ Facebook ก็ต้องมีการปรับให้เหมาะสม เพื่อให้ลิงก์นั้นเด่นขึ้นมา มีคนเข้าไปสนใจได้มากขึ้น
  • Big Data (ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนของข้อมูล ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่) มีแนวโน้มใหญ่ขึ้นพร้อมค่าใช้จ่ายที่สูง เราควรเอาข้อมูลมาใช้ประโยชน์มากที่สุด แต่รายเล็กยังไม่ถึงกับจำเป็นทีเดียว และมีการทำ Social Monitoring เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน สามารถตรวจสอบและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

E-Commerce (การทำธุรกิจออนไลน์)

  • แนวโน้มคนทำเว็บ e-commerce ดูตัวอย่างจากเทรนด์ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีการซื้อของสดมากขึ้น เน้นความเร็วในการส่งมากขึ้น โดยมีการแบ่งเขตการส่งตามเมือง เพื่อให้สามารถส่งของได้เร็ว
  • การจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ มีทริคอย่างหนึ่งคือ ควรเลือกใข้ Internet Explorer จองช่วงตี 5 เพื่อให้สามารถซื้อตั๋วในราคาที่ถูกลง
  • การขายของทั่วไปในปัจจุบัน มักใช้เว็บมอลล์อย่าง Lazada หรือ Zalora มากขึ้น
  • Payment Gateway เราควรยกเครดิตให้กับธนาคาร ที่สามารถทำธุรกรรมผ่านทางเว็บ ทางแอปสะดวกมากขึ้น ลดขั้นตอนการชำระเงิน มีหลายบริการให้เลือกมากขึ้น ทั้งจาก operator มือถือ จาก Paysbuy Paypal มีการชำระเงินที่สามารถตัดเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลว่าจ่ายไม่จ่าย มีของมั้ย ห้องว่างรึป่าว มีเครื่องมือลักษณะที่ทั้งฟรีและมีเสียเงิน
  • รูปสินค้าที่ใช้ เราต้องถ่ายเอง ซึ่งมีผลกับการขาย เราควรใช้ lightbox ซึงเป็นอุปกรณ์ช่วย ส่วนรูปที่เราถ่ายควรมีการจัดวางที่ดีด้วย มี background เพื่อให้รูปดูดีขึ้น ถ้าขายเสื้อผ้า ควรถ่ายกับนางแบบตัวจริง
  • เซอร์วิส Web Compare การเปรียบเทียบราคาของสินค้า จะดังเพราะ e-commerce ในไทย สิ่งที่สำคัญคือ การใช้เครื่องมือให้มีประโยชน์ มีบริการรอบด้าน มี design ที่ดี มีการบ่งบอกตัวตนของเรา ยกตัวอย่าง T-mall ในจีน เป็นตัวอย่างเว็บมอลล์ที่มีสเกลของที่มาก
  • การขายของในไลน์ ที่มี Line Shop ยังมีความยุ่งยากในการใช้งาน มีการบอกให้ติดตามจากร้านค้าด้วยกันมากเกินไป
  • ตัวเลือกของ Social Network ในการขายสินค้า ถ้าขายของแฟชั่น ควรใช้ Instagram ของทั่วไป (เช่น power bank) ควรใช้ Facebook หรือ Twitter ซึ่งมักจะดังกับบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ที่มีแนวทางของการใช้งานมากกว่า Facebook ในต่างประเทศที่ดังก็ยังมี Pinterest ซึ่งถ้าเราสนใจในการทำการตลาดกับลูกค้าต่างประเทศ ตัวเลือกนี้ก็น่าสนใจ หรือถ้าเป็นเฉพาะทางอย่าง กลุ่มสินค้าทำมือ ควรสนใจ Etsy

E-mail Marketing

  • มีแนวโน้มจะกลับมา เพราะ Facebook Ad ลด Organic Reach ทำให้คนรับข้อมูลจากแฟนเพจได้น้อยลง การทำในส่วนนี้มีมากเพื่อให้เกิดการรับส่งข้อมูลหาลูกค้าได้โดยตรง เรายังควรมีการทำช่อง subscription เพื่อให้ลูกค้ากรอกอีเมลรับข่าวสาร ส่วนหัวข้ออีเมลที่ส่งไปก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ดึงดูดคนเข้าไป วิธีการที่เหมาะสมคือ ให้เราส่งไปทีละน้อย แต่ให้เราพิมพ์เนื้อหาที่เราต้องการสื่อลงไป เหมือนเรากำลังพูดกับเค้า เป็น Human Being ซึ่งทำให้คนตอบกลับมากกว่าการส่งหลายคนแบบ Automatic
  • Mailchimp เป็นเครื่องมือในการส่งอีเมลได้เยอะ และไม่เป็นสแปม ซึ่งเครื่องมือที่มีลักษณะนี้เหมือนกัน เช่น Mautic ซึ่งเครื่องมือส่งเมลที่น่าสนใจ มีตัวเชื่อมต่อกับหลายเว็บได้ เป็น Open source ด้วย ตัวอย่างอื่นๆ ก็มี เช่น CellForceSugar CRMZoho ให้เราลองเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสมของเรา
  • เราไม่ควรส่งสแปมกับไอพีเรา มิฉะนั้นเมลเราจะตกถังสแปมทันที ทำให้คนที่จะรับข้อมูลไม่สามารถเข้าไปใช้งานได้
  • ในตอนนี้ใีตัวช่วยการออกแบบหน้าอีเมล หัวข้ออีเมล ซึ่งหัวข้อย่อยจะอยู่บรรทัดแรกควรเป็นตัวอักษร เราควรใช้ text ให้เก่ง ยกตัวอย่าง Chris Brogan ซึ่งมีการแนะนำในการเขียนให้เป็นมนุษย์ ให้ย่อหน้าแรกควรเป็นข้อมูลสำคัญ

เกร็ดเล็กน้อยอื่นที่กล่าวถึง

  • การแชร์วีดีโอการตายของคน เช่น คนติดลิฟท์ หรือคนโดนเสือกัด อย่าคิดแชร์เรื่องแบบนี้เด็ดขาด เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เราควรทำในเรื่องแบบนี้คือการรีพอร์ทเรื่องนี้ส่งให้เจ้าของเว็บรับทราบ
  • Open Source มีทั้งฟรีและไม่ฟรี ขึ้นกับ license ที่เจ้าของต้องการว่าจะให้แชร์ในรูปแบบไหน
  • ธุรกิจหนังสือในปีนี้ คนอ่านน้อยลง มีการอ่านในเว็บมากขึ้น ต้องมีการหารูปแบบในการยอมให้ลูกค้ารับเข้ามา อาจมี subscription เข้าถึงเนื้อหา การมีโฆษณาแนบมา
  • Blogger มีทั้งแบบหน้าตาดี (เน็ตไอดอล ดารา) กับกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญมากในด้านใดด้านหนึ่ง
  • การรีวิวบางอย่างที่อาจไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ เช่น unboxing การแกะกล่องของว่าข้างในมีอะไรบ้าง
  • blogger ที่เกิดใหม่ ต้องมีต้นทุนในการ commercial เพื่อให้มีตัวตนในโลกออนไลน์
  • Adecco มีการกล่าวถึงเงินเดือนด้านไอที มีแนวโน้มสูงขึ้น ในตอนนี้ตลาดกำลังต้องการ Programmer สูง ซึ่งในการเลือกนั้น ต้องดูทักษะ เสร็จเร็ว ทำแล้วมีปัญหาน้อย
  • Wearable Device ยังไม่สามารถกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้งานได่มากพอ
  • Baidu ในจีนเป็นที่นิยม ใหญ่ขนาด Google เลย ส่วนHao123 เป็น web portal ในจีน ในไทยยังมองทั้ง 2 เว็บนี้ในเชิงลบอยู่ ทางเว็บมีการเน้นในกลุ่มผู้ใช้ใหม่ กลุ่มคนที่ใช้ต่างจังหวัด ซึ่งยังไม่รู้อะไรมาก
  • การระบุตัวตน ใน Facebook เน้นให้เราใช้ชื่อจริง เหมือนเป็นตัวตนของเรามากขึ้น รู้ว่าใคร ทำอะไรในเว็บไหนได้มากขึ้น

เนื้อหามีประมาณนี้ มีการแบ่งหัวข้อ แต่อาจจะไม่ตรงบ้างเพราะมีการพูดครอบคลุมหลายอย่าง แต่คิดว่าถ้าแบ่งเปฌนหัวข้อ จะทำให้ดูง่ายขึ้นมาบ้าง ถ้าเนื้อหาอะไรผิดพลาดก็บอกกันได้ จะได้ทำการแก้ไขกันได้ เพราะบางเรื่องพูดเร็วจนจดไม่ทันกันเลย

ตอนได้เข้างาน ได้รับหนังสือแจกฟรี 5 เล่มด้วย เจ๋งดี

 

ต้องขอขอบคุณสมาคมผู้ดูแลเว็บไทยที่ให้โอกาสในการเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย ถ้ามีโอกาสคงได้เข้าร่วมอีกแน่นอน