สิ่งที่ได้จากการดูหนังเรื่อง Silence

ในที่สุดก็หาเรื่องมาเขียนจนได้ กับการรีวิวหนังที่ได้ดูล่วงหน้าก่อนฉายในไทย เรื่อง Silence หรือชื่อภาษาไทยว่า ศรัทธาไม่เงียบ ต้องขอบคุณเพจ เกิดมาเพื่อดูหนัง ที่ได้เปิดรอบพิเศษให้ได้ดูกัน หนังเรื่องนี้กำกับโดย Martin Scorsese แสดงนำโดย Andrew Garfield, Adam Driver, Liam Neeson

ได้มีโอกาสดูหนังรอบพิเศษกับเพจ #เกิดมาเพื่อดูหนัง เรื่อง #Silence หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน เขียนโดยชูซากุ เอ็นโดะ พูดถึงบาทหลวงคาทอลิกที่ได้เผยแพร่ศาสนาในญี่ปุ่นช่วงประมาณ ค.ศ.1600 ทำให้เห็นภาพในสมัยนั้นที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับในญี่ปุ่น เรื่องนี้ไม่ได้เป็นหนังคริสเตียนจ๋าที่จบสวยๆ แต่เป็นภาพการทนทุกข์ ทรมานของผู้เชื่อที่นั่น รวมถึงการถูกทดลองหลายอย่าง ใครสนใจก็สามารถชมกันได้ 17 ส.ค. 2017 นี้ #MovieTwit #MovieReview

A post shared by Krich Pratch. (@crazyipod) on

สิ่งที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ (อาจจะมีสปอยบ้าง ใครยังไม่ได้ดูก็ผ่านไปได้นะครับ)

  • ประวัติศาสตร์การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่นในช่วงนั้น ซึ่งเพิ่งจะรวมประเทศกันได้ไม่นาน สิ่งที่ทำให้ประเทศเป็นหนึ่งเดียวกันได้คือ ศาสนา ทำให้ในญี่ปุ่นไม่ยอมรับศาสนาอื่นเลยนอกจากศาสนาพุทธ ทำให้การเผยแพร่ศาสนาเป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องอยู่กันอย่างหลบซ่อน
  • ภาพการทรมานของผู้เชื่อที่ถูกจับได้ จากการเสวนาในวันที่ไปดูหนัง ทำให้พบว่า มีการแข่งขันเพื่อการทรมาน โดยส่งบาทหลวงนิกายของตนออกมาเผยแพร่ มีการแข่งขันเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ยอดผู้เชื่อที่สูงขึ้น เป็นการทรมานที่ทำให้บาดใจได้อยู่
  • ภาพการทดลองของบาทหลวงที่มาเผยแพร่ศาสนา เมื่อถูกจับได้ ก็ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และพยายามทำให้ท่านเปลี่ยนศาสนาให้ได้ ก็จะมีการทดลองหลายรูปแบบ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เปลี่ยนใจ
  • ทำให้เห็นถึงวิธีการเผยแพร่ศาสนาในสมัยนั้น ซึ่งบาทหลวงที่เข้ามา ต้องเข้ามาแบบหลบซ่อนในหมู่บ้าน โดยให้ผู้เชื่อพาตัวเข้ามา และช่วยในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จะเห็นได้ว่าบาทหลวงในสมัยนั้นต้องมีความอดทน เหนื่อยยากเป็นพิเศษ ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เราควรศึกษาสภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ การดำเนินชีวิตของผู้คนว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้สามารถหาแนวทางในการประกาศ เผยแพร่ศาสนาให้มีประสิทธิภาพได้

เป็นหนังเชิงประวัติศาสตร์ ที่ไม่ใช่เป็นหนังคริสเตียนจ๋าที่จบสวยๆ มีผู้เชื่อเยอะ แต่มีความเป็นดราม่า ลุ้นระทึก ทำให้เราได้เห็นภาพในช่วงสมัยนั้น แม้อาจจะดูรุนแรง น่ากลัว แต่ก็มีการดำเนินเรื่องที่ดี รวมไปถึงสามารถทำให้เราเข้าใจได้ว่า ทำไมถึงต้องมีชื่อหนังว่า Silence ด้วย ใครที่สนใจ วันนี้ (17 ส.ค. 2017) ได้เข้าโรงทั่วไป แบบจำกัดโรงแล้ว ไปติดตามดู แล้วมาแบ่งปัน หรือแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ