iOS7 Beta 1 Review 1 : แรกสัมผัส

สวัสดีทุกคน ในช่วงที่ผ่านๆ มา ตั้งใจว่าอยากจะเขียนบล็อก แต่มันเหมือนกับว่าไฟในการเขียนจะไม่ค่อยคงที่ เพราะเนื่องจากงานประจำที่เริ่มมีมากขึ้น จนตอนนี้รู้สึกว่าทำงานเสร็จก็อยากพัก

แต่เนื่องด้วยได้มีโอกาสลองเล่น iOS7 Beta 1 ที่ได้ลงทะเบียน UDID เอาไว้กับหน้าเพจของ MisterX ก็เลยได้มาลองเล่นดู มาลองดูกันว่า เมื่อโหลดมาแล้ว จะเป็นยังไงกันบ้าง อาจจะรีวิวได้ช้าๆ ไม่ทันคนอื่น แต่ก็จะพยายามมาเล่าสู่กันฟังถึงการใช้งาน iOS7 Beta 1 กันว่าเป็นยังไงบ้าง ตามประสบการณ์จริงๆ ก่อนที่ตัวจริงจะออกประมาณช่วยปลายเดือน ก.ย. – ต้นเดือน ต.ค. ปีนี้

เริ่มแรก มาดูตอนติดตั้งกันว่าเป็นยังไง

DSCN1298

ลุ้นกันตั้งแต่ตอนติดตั้งกันเลย อิอิ

DSCN1302

พอมาถึง ก็จะเจอหน้าขาวๆ กดมาเรื่องๆ ก็จะให้เราลง iPhone ใหม่ หรือจะเอาที่เคย backup มา

จนมาถึงหน้าแรก จะเห็นได้ถึงความแตกต่างจาก iOS 6 ไปเลย คงจะเพราะหัวหน้าฝ่ายที่ทำ iOS ตอนนี้เปลี่ยนเป็นคุณ Jonathan Ive แล้ว เลยทำให้มีการปรับเปลี่ยนใหม่ใน iOS ทั้งหมด มาดูกันว่าแต่ละส่วนเป็นยังไงกันบ้าง

มาถึงหน้า Lockscreen กันก่อนเลย จะเห็นได้ว่าส่วนบนไม่มีแถบสีดำตรงนาฬิกาแล้ว กลายเป็นโปร่งแสง เห็น Wallpaper ทั้งหมด ตรงแถบสัญญาณมือถือก็กลายเป็น จุด 5 จุด และที่สังเกตได้คือ ไม่มีแถบ Slide to Unlock มีแต่ตัวอักษรแล้วมีไฟตรงตัวอักษรเลื่อนจากซ้ายไปขวา และตรงกล้อง สามารถเลื่อนขึ้นถ่ายได้แบบ iOS รุ่นก่อนหน้านี้

IMG_1542

หน้า Lockscreen iOS 7 Beta 1

เมื่อเรามีการตั้งรหัสของเครื่องเอาไว้ หน้าจอก็จะเลื่อนมาจากซ้ายไปขวา แต่จะไปที่หน้ากดรหัส ซึ่งหน้าตาก็กลายเป็นปุ่มกลมๆ ใสๆ ดูแปลกตาดี

IMG_1543

หน้าตาตอนใส่รหัสก่อนเข้าใช้เครื่อง

พอมาถึงหน้า Homescreen ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของไอคอน ที่ดูจะแบน แล้วก็มีสีสันสดใส บางไอคอนก็เปลี่ยนจนแทบจำไม่ได้ เลยทีเดียว ตัวอักษรก็ดูบางลง ยิ่งถ้าเห็นเป็นภาษาไทยก็จะเป็นแบบไม่มีหัวด้วย ลองมาดูกันว่าหน้าตาในส่วนอื่นๆ จะเป็นยังไงกันบ้าง

IMG_1500

หน้า Homescreen

เริ่มที่ Notification ข้อความแจ้งต่างๆ ตอนนี้กลายเป็นสีดำไปแล้ว เวลาที่เราจะเข้าไปดู Notification ก็เข้าไปดูเหมือนเดิม คือลากจากบนลงล่าง ซึ่งความเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชั่นนี้คือ มีหัวข้อแยกมาให้อย่างชัดเจน มีทั้งหัวข้อ Today ซึ่งเป็นตารางเวลา หรือ schedule สำคัญๆ ที่เราได้ตั้งไว้ เช่น นัดเพื่อน หรือวันเกิดเพื่อน รวมถึงสภาพอากาศ (ถ้าเปิดเน็ตไว้จะขึ้นมา) ต่อมาก็ All คือข้อความแจ้งเตือนทั้งหมดที่เรายังไม่ได้เข้าไปดู อันสุดท้ายก็ Missed คือสิ่งที่เราพลาดไป เช่นข้อความ หรือสายที่โทรเข้ามาแล้วไม่ได้รับ ตรง Notification เข้ามา กดไม่ทัน เลยไม่ได้เอามาให้ดู

IMG_1525

IMG_1526

หน้าตาของ Notification เมื่อเราลากลงมาดู

ส่วนต่อไป คือส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ นั่นก็คือ Control Center วิธีการเปิดคือ เอานิ้วลากจอจากล่างขึ้นบน ซึ่งจะเป็นส่วนที่เราสามารถควบคุมการทำงานได้ ดังนี้

1. Airplane Mode, Wifi, Bluetooth, Do not Disturb (ห้ามรบกวน) อีกอันก็ Lock Rotation เอาไว้ล็อกให้อยู่แนวตั้งอย่างเดียว

2. เป็นแถบปรับแสง สาแสงจากตรงนี้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปที่ Setting อีกแล้ว

3. Music Player เมื่อเราฟังเพลงอยู่ หรือ pause ปิดไว้ ก็จะขึ้นชื่อเพลง และอัลบั้มเพลง

4. ตัวเลือกใช้ AirDrop (ฟังก์ชั่นส่งไฟล์ใหม่ ใช้ได้เฉพาะเครื่องที่ลง iOS7 รุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone 5) แล้วก็ AirPlay ที่เอาไว้เปิดหน้าจอโดยที่ไม่ต้องเสียบสายได้ แต่ต้องเป็นเครื่องที่รองรับการทำงานกับ AirPlay นะ

5. ส่วนแถวสุดท้ายก็จะเป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานอย่างไฟฉาย นาฬิกาปลุก เครื่องคิดเลข และกล้อง ซึ่งสามารถเรียกใช้ได้ตามที่ต้องการ

IMG_1512

หน้าตาของ Control Center

ส่วนต่อไป เมื่อเรากดปุ่ม Home 2 ครั้ง ทุกทีจะมีแค่แถบไอคอนแอพที่เราใช้อยู่อย่างเดียว แต่ตอนนี้มีทั้งไอคอน และรูปหน้าแอพที่เราเปิดใช้อยู่ ทำให้เรารู้ว่าก่อนปิดแอพไปเราเปิดหน้าอะไรทิ้งเอาไว้บ้าง เมื่อเราลากหน้าแอพขึ้นด้านบน ก็จะเป็นการปิดแอพไปในตัว โดยที่เราไม่ต้องกดไอคอนค้าง แล้วกดกากบาทลบแบบทุกทีแล้ว ทำให้เราปิดแอพได้ง่ายขึ้น

IMG_1567

หน้าตาของแอพที่เราได้เปิดไว้

IMG_1568

เมื่อเราลากไป ก็จะปิดแอพไปแล้ว ง่ายขึ้นเยอะเลย

ส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ Folder ของแอพที่เราลากเข้าไปใส่ ก็จะเห็นเป็นจอใหญ่ขึ้นมา ตอนนี้สามารถลากแอพใส่เข้าไปใน Folder ได้ไม่จำกัดแล้ว สามารถเลื่อนหน้าแอพจาก Folder ได้

IMG_1580

หน้าโฟลเดอร์ของแอพ

เมื่อเรากดปุ่ม Home ค้าง ก็จะเจอกับหน้า Siri ผู้ช่วยของไอโฟน สามารถโต้ตอบกับเราได้ แต่ถ้าสำเนียงเราไม่ดี ก็จะเพี้ยนไปได้เป็นเรื่องอื่นเลยทีเดียว คราวนี้ มีเสียงผู้ชายให้เลือกด้วย ถ้าเราพูดผิด ก็สามารถแก้ไขประโยคที่เราพูดได้ด้วย ก็ดีขึ้นนะ แต่ในส่วนนี้ยังไงก็ไม่ค่อยจะได้ใช้อยู่ดี

IMG_1581

เมื่อกด Home ค้าง Siri ก็มา แต่เราต้องพูดด้วยทันทีนะ

IMG_1583

IMG_1584

เมื่อเราพูดผิด เราก็สามารถไปแก้ไขได้  เพื่อที่จะได้สิ่งที่เราต้องการ

ส่วนหน้าตา Settings หรือการตั้งค่า ก็จะเห็นถึงหน้าตาของ iOS7 ซึ่งเป็นโทนสีขาวเรียบทั้งหมด มาตอนแรกอาจจะแสบตาได้ อิอิ

IMG_1513

หน้าตาของ Settings หรือการตั้งค่า

วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน

คราวหน้าจะมาไล่ดูทีละแอพว่า หน้าตาจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง อีกไม่นานเกินรอจ้า ^^

เพิ่มเติม ถ้าคิดอยากจะลอง ก็ไปลองเข้าไปดูวิธีกันได้ที่นี่ iPhone-Droid  ไม่รับรองผลที่จะตามมา เพราะนี่เป็นตัว Beta ซึ่งยังมีข้อบกพร่องหลายอย่าง ใครอยากเสี่ยงก็ลองกันได้