ครั้งแรก กับการไปค่าย GCF 2011 Part 2

ไม่รอช้า มาติดตามอ่านตอนที่ 2 ของสิ่งที่ได้จากการไปค่าย GCF 2011 “The Incredibles” กันได้เลย

พี่บ๊อบและพี่โย๋ กับ Workshop  “Peacemeker”

ในช่วงบ่าย ก็มี Mini Game  ซึ่งกริชก็กลับมาทำหน้าที่ตามเดิม เนื่องจากพี่อีกคนเจอปัญหา กริชก็มาแก้ แล้วทำให้กริชได้ทำหน้าที่นี้คนเดียวซะงั้น ก็เลยทำเองซะงั้น ต่อด้วยกิจกรรม Workshop ตามที่เราได้เลือกไว้ในใบสมัคร ของกริชเลือก Peacemaker : เผชิญความขัดแย้งและการคืนดีมาสู่ความสัมพันธ์ต่างๆ ในชีวิต โดย คุณโรเบิร์ต (บ๊อบ) และคุณเอรีน (โย๋) อาร์ซ

 

ใน Workshop นี้ มีที่มาจากหนังสือ  Peacemaker ของ Ken Sande  (เคน ซานดี้) –> ดูรายละเอียดของหนังสือ

 

เริ่มแรกจะเป็นการยกตัวอย่างสถานการณ์ที่คู่สามีภรรยาทะเลาะกัน มีการกล่าวถึงเนินลื่นไถล เป็นเหมือนรูปครึ่งวงกลมที่แสดงถึงการตอบสนองของมนุษย์เมื่อต้องเจอกับความขัดแย้ง ซึ่งมีอยู่ 3 ขั้น คือ หลบหนี สร้างสันติ และโจมตี ซึ่งในแต่ละหัวข้อก็จะมีข้อย่อยที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการของเราที่ตอบสนองในรูปแบบที่ต่างกันเมื่อเจอกับความขัดแย้งที่เข้ามาหาเรา

 

หลังจากนั้นก็ได้มีการแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เมื่อเจอกับปัญหาแล้วเข้าโจมตี กับกลุ่มที่เมื่อเจอกับปัญหาแล้วหลบหนี (กริชอยู่กลุ่มนี้) ก็มีการแชร์กันระหว่าง 2 กลุ่ม ถึงข้อดี – ข้อเสียของแต่ละฝ่ายว่าเป็นอย่างไร รวมถึงเมื่อเรานำหลักการนี้มาใช้กับ 4G หรือ 4จ (Glorify God จงถวายเกียรติแด่พระเจ้า, Get the log out of your eye จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่าน, Gently restore จงฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างอ่อนสุภาพ และ Go and be reconciled จงไปคืนดี) ได้อย่างไรบ้าง

 

สิ่งที่ได้จาก Workshop นี้มีดังนี้

– เมื่อเราต้องเจอกับความขัดแย้ง สิ่งที่เราควรจะทำคือ ต้องลดความขัดแย้งให้ได้ ด้วยการขอโทษ ในสิ่งที่เราทำผิดไป ถ้าเค้าทำผิด เราก็ควรที่จะให้อภัยเค้าด้วย เหมือนกัน

– แทนที่เราจะจมกับความปรารถนาของเรา เราควรที่จะชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า  ดำรงซึ่งความเมตตากันดีกว่า

– แทนที่จะตำหนิผู้อื่นที่ทำผิด เราต้องมองดูเราด้วย เราควรกลับมามองเรา เราต้องวางใจในพระเมตตาคุณของพระเจ้า สารภาพบาปของเราต่อพระเจ้า ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนชีวิตของเรา

– เราควรมองข้ามสิ่งเล็กน้อยที่เป็นความขัดแย้ง แต่ให้เรามาคุยในสิ่งที่ดี

– เราควรมุ่งไปที่การคืนดี แสวงหาทางออกที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

 

นี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งจากเอกสารที่ได้มา ข้อมูลอื่นๆ ของ Workshop นี้ ใครสนใจชีทของ Worshop นี้

สามารถมาดาวน์โหลดได้ ที่นี่

 

ในรอบเย็น เค้าบอกให้เริ่มแต่งตัวเป็น Super Hero ตามธีมของ The Incredibles เพื่อมาประชันกัน ก็จะเริ่มมีสีสันออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว

ในรอบเย็น ก็ยังมีการนมัสการด้วยเสียงเพลงอีกเช่นเคย หลังจากนั้นก็มีการแบ่งปันรอบค่ำโดยวิทยากรค่ายอีกเช่นเคย สิ่งที่ได้ มีดังนี้

–  Diakonia = Service = การรับใช้

– ในคริสตจักร บางครั้งก็จะมีการแบ่งชนชั้น  มีการให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเพียงบางกลุ่ม แต่ในความเป็นจริงแล้ว คริสเตียนไม่ควรที่จะมีการแบ่งชนชั้น  ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงสร้าง

– ใน มัทธิว 25:1-13  ซึ่งเป็นตอนที่พระเยซูตรัสคำอุปมาเรื่องสาวพรหมจารีที่ออกมารอรับเจ้าบ่าว ซึ่งมี 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่เตรียมน้ำมันไว้เพื่อเติมตะเกียง กับอีกกลุ่มที่ไม่เตรียมน้ำมันเติมตะเกียง เมื่อถึงเวลาที่ขบวนเจ้าบ่าวมา กลุ่มที่ไม่ได้เตรียมน้ำมันก็จะขอน้ำมันจากกลุ่มที่เตรียม ซึ่งก็ไม่ได้ ต้องออกไปซื้อเอง สุดท้ายเมื่อกลุ่มที่ 2 กลับมาก็ไม่ได้เข้าไป ตอนจะเข้าไปก็โดนสวนกลับว่าเราไม่รู้จักท่าน นี่เป็นสิ่งที่เตือนว่า เราควรที่จะสัตย์ซื่อในการรอคอยพระเจ้า เตรียมพร้อมอยู่เสมอในการทำงาน

– ถ้าเราทำงานทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จ ทั้งในเรื่องครอบครัว หน้าที่การงาน  และการรับใช้พระเจ้า เราทำคนเดียวคงจะยากที่ทำทุกอยากออกมาดี แต่ถ้าเราร่วมกันทำเป็นกลุ่ม (Community) ก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ

– เมื่อเราอยู่ในที่ทำงาน  เราสามารถนำคริสตจักรมาไว้ที่ทำงานได้ ถ้าเรามีช่วงเวลาที่ว่าง ไม่ถึงกับมาก เราสามารถใช้เวลาสามัคคีธรรมในที่ทำงานก็ได้ ทั้งการอ่านพระคัมภีร์ ร้องเพลง แบ่งปันสิ่งที่พบเจอ เราสามารถทำได้ เราสามารถทำได้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

แม้แต่พิธีกร ยังมาในชุด Powerpuff Girl ในมาดฮาๆ

หลังจากนั้นก็มีกิจกรรมที่ทุกคนรอคอย  นั่นก็คือ “The Incredibles Party” ซึ่งมีการประชันกันของเหล่า Super Hero มากมาก ทั้งเหล่าสหายนาร์เนีย หรือจะเป็น Rocker ผู้รักเสียงเพลง เหล่ามนุษย์หน้ากากทั้งหลาย และอื่นๆ งานนี้แม้แต่วิทยากรก็ยังแต่งมาด้วย ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้คนอื่นเลย

 

กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่เรียกเสียงฮือฮาได้ เพราะมี Spartan ออกมาด้วย อ่า!!

กิจกรรมที่ได้ทำกันคือ ถ่ายรูป  แต่ไม่ใช่ถ่ายรูปแบบธรรมดา แต่เป็นการประกวดการถ่ายรูป โดยแบ่งตามอาชีพ ทั้งสถาปนิก ฝ่ายบุคคล ผู้ที่ทำงานด้านการศึกษา หรือจะเป็นผู้ที่ทำงานองค์กรคริสเตียน มาถ่ายรูป ให้คิดรูปแบบกันเอง  โดยที่มีกรรมการคอยให้คะแนน  ซึ่งเป็นการให้คะแนนที่ฮาเอามาก คือ ตามใจกรรมการทุกอย่าง  ทำให้มีบางกลุ่มที่คะแนนก็เต็ม บางกลุ่มที่กรรมการไม่ชอบ ก็จะได้คะแนน กาก กันไป สร้างสีสัน ความสนุกสนานกันไป

 

กริช ในมาด Harry Potter ที่ดูธรรมดามากๆ

หลังจากประชันกันเสร็จ ก็มีของกินที่ทุกคนเอามา มาแบ่งกันกิน  และมีการถ่ายรูปกันเองต่อ เป็นอะไรที่เฮฮา สนุกสนานกันจริง กริชเองได้เอาตะเกียบที่มีลาย มาทำเป็นไม้กายสิทธิ์เป็น Harry Potter แต่ก็ไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับคนอื่นเท่าไหร่

 

หลังจากกิจกรรมนี้เสร็จ ยังมีอีก 1 งานที่ต้องทำ คือ เอารูปของทั้ง 2 วันมาโชว์ให้ทุกคนในค่ายดู ทำให้ต้องเลือกรูปและเพลงที่ใช้ประกอบการทำ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการใช้ ACD See เปิดรูปและเปิดเพลงผ่าน iTunes  จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการทำไฟล์วีดีโอ

 

จบวันที่ 2 แล้ว…

 

วันสุดท้าย  ยังคงตื่นขึ้นมาเฝ้าเดี่ยวและเฝ้ากลุ่มอีกเช่นเคย  ในเช้านี้มาศึกษาพระคัมภีร์ เอเฟซัส 4:17-32 ซึ่งในช่วงแรกๆ เราก็ได้อ่านกันไปแล้วในการเฝ้าเดี่ยวเมื่อวันที่ 2 วันนี้มีเพิ่มมาให้อ่านกันต่อ

 

สิ่งที่ได้จากการเฝ้าเดี่ยวและเฝ้ากลุ่มเช้าวันสุดท้ายของค่าย มีดังนี้

–  ไม่ควรที่จะกระทำบาป หรือทำให้เกิดความโกรธขึ้น เราควรที่จะให้อภัยกัน

–  ควรเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นคริสเตียนที่ดี ให้คนอื่นได้เห็น (แต่ไม่ใช่ต่อหน้าดี ลับหลังแย่นะ แต่ต้องดีทั้ง 2 ด้านด้วย)

– ระงับความโกรธ พยายามมองในส่วนที่ดีของเขาบ้าง ให้อารมณ์โกรธนี้หายไป ไม่ต้องไปใส่ใจกับมัน ใช้เหตุผลเข้าสู้กับความโกรธ

– เราควรมีความตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ เต็มใจที่จะทำด้วย

 

หลังจากกินมื้อเช้า ก็มีการนมัสการเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งใช้ ปฐมกาล บทที่ 3 ซึ่งกล่าวถึง ช่วงที่อาดัมและเอวาถูกหลอกให้กินผลไม้ต้องห้าม และความบาปก็เกิดขึ้น  ซึ่งแบ่งปันโดยวิทยากรค่าย สิ่งที่ได้ มีดังนี้

– พระเจ้าทรงเรียกเราให้เรารักในงานที่เราได้ทำ

– เราควรมีความตั้งใจในงานที่เราทำ (ย้ำคำนี้อีกครั้ง ต้องทำได้จริง)

– เราต้องยอมให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เพราะพระองค์ทรงเข้าใจทุกอย่างในเรา

 

ปิดท้ายด้วยการแนะนำให้เข้าไปที่ Facebook ของ GCF Singapore ในสนใจก็แวะเวียนกันเข้าไปได้

 

นมัสการในวันนี้มีการถวายทรัพย์เพื่อใช้ในงานของ นคท. ด้วย

จากนั้นก็ดู slide ประมวลรูปค่าย มีการออกมาแบ่งปันสิ่งที่ได้จากค่าย มีการอธิษฐานเผื่อกัน ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน

 

โบ้ ดูดๆ น้ำถ่ายรูป

ออกจากค่ายก็แวะเข้าตลาดสามชุก ซึ่งก็เฮฮากับการหาของกิน ถ่ายรูป คุยเล่นกันไป

 

จบแล้ว…

 

รูปที่เอามานี้ กริชไม่ได้เป็นคนถ่ายเอง แต่เอามาจากพี่ๆ ที่ถ่ายรูปในค่ายอยู่แล้วมาถ่าย ซึ่งเอามาได้แค่ 2 วัน เพราะไม่มีเวลามาเอาของวันสุดท้าย แถมเค้าให้เราซื้อแผ่นรูป และรวมทุกอย่างของค่ายในแผ่น dvd ในราคา 50 บาท เดี๋ยวถ้าได้รูปมาทั้งหมดเดี๋ยวจะเอามาทยอยลงเพิ่ม

 

ค่ายนี้เป็นครั้งแรกของกริช สำหรับผู้สำเร็จการศึกษา นคท. คงต้องมีครั้งต่อๆ ไปอีกแน่นอน

สิ่งที่ได้แบ่งปันไป แม้จะเป็นเพียงบางส่วน เพราะมีเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็จะเป็นประโยชน์กับทุกคนต่อไป ในการทำงาน การดำเนินชีวิตที่ดีต่อไป

 

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ