ครั้งแรกกับการไปค่าย GCF 2011 (Part 1)

ช่วงที่ผ่านมาดูจะเหินห่างจากการเขียนบล็อกเอามากๆ คงจะเป็นเพราะช่วงนี้ติดพันกับทั้งเรื่องงาน ที่เค้าให้ทำ รวมถึงติดไอแพดจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่นเท่าไหร่ ทำให้ต้องรีบมีออกมาซะบ้าง

แต่คราวนี้ขอเป็นอะไรที่มีสาระสักนิดนึง เป็นการเล่าประสบการณ์ สิ่งที่พบเจอในค่ายที่เพิ่งได้ไปเมื่อ 15-17 กรกฎาคม 2011 ที่ผ่านมา เป็นค่ายที่รวบรวมเหล่าผู้สำเร็จการศึกษา ที่จบปริญญาตรี หรือโทกันไปแล้ว หรือไม่ก็เรียนโทกันอยู่ ที่น่าจะเยอะที่สุด (รึเปล่า ไม่แน่ใจ) ของค่าย มีสมาชิกประมาณ 150 คนได้ ซึ่งจัดที่ 27 รีสอร์ท จังหวัดสุพรรณบุรี ในชื่อค่าย “The Incredibles” ซึ่งก็เอาชื่อมาจากภาพยนตร์แอนิเมชันมาตั้ง ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ Super Hero ที่แฝงตัวในโลก แต่ขอเปลี่ยนมาเป็น คริสเตียนที่อยู่ร่วมกับทุกคนบนโลก เตรียมตัวออกมาแสดงพลังออกกันได้แล้ว 

มาลงทะเบียนค่าย และรับกุญแจห้อง อีกฝั่งนึง

เริ่มแรก สิ่งที่ทำก็ต้องมาฟังรายละเอียดคร่าวๆ เรื่องค่าย สถานที่ จากนั้นก็ลงทะเบียนค่าย รับป้ายชื่อ หนังสือค่าย กุญแจห้อง แล้วก็ต้องไปเอาของเก็บห้อง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จากนั้นก็มากินข้าวกัน ที่ 27 รีสอร์ทในตอนเที่ยงจะเป็นอาหารแบบจานเดียว มีของหวาน หรือไม่ก็ผลไม้ให้กินกัน

 

เมื่อเจ้าตัวเล็ก (น้องต้นกล้า) เกิดจับลูกบอลที่เค้าส่งต่อกันมา

ก็ต้องเป็นหน้าที่พ่อที่จะมารับแทนลูกสินะ 😛

เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลากิจกรรม ก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งได้รับมอบหมายมาตั้งแต่ก่อนมาค่ายว่า ช่วยทำ Powerpoint ก็ต้องมาทำตามหน้าที่ เลยทำให้ในช่วงแรกก็ไม่ได้เข้าไปร่วมกิจกรรมอะไรได้มาก เพราะต้องอยู่กดๆ จิ้มๆ คอมไปเรื่อง ก็ช่วยเจ๊พิงค์ กรรมการค่ายเค้าทำ ก็ดูจะเป็นการสอนทำด้วยในตัวสินะ ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เริ่มทำความรู้จัก  ก็จะมีกิจกรรมที่จะต้องทำร่วมกันหลายอย่าง เริ่มจาก ท่านประธานกล่าวเปิดค่าย แล้วก็แนะนำเรื่องค่าย จากนั้นก็มีกิจกรรม Ice Breaking ละลายพฤติกรรม ก็เป็นการทำกิจกรรมร่วมกันในค่าย เพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ สร้างความรู้จักกันไป ก็ทำให้เกิดความเฮฮา สนุกสนานกันไป แต่ขอไม่พูดเยอะ เดี๋ยวจะทำให้เนื้อที่ในการเขียนเยอะจนไม่อยากอ่าน

กระโดด ดึ๋ง ถ่ายรูป

รอบเย็น ก็พักผ่อน เล่นกันตามอัธยาศัย ที่รีสอร์ทนี้มีกิจกรรมให้ทำ ทั้งเตะบอล เล่นบาส ปั่นจักรยาน ขี่ม้า ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ ให้อาหารปลา แล้วแต่อยากจะเล่น ส่วนกริชเอง ก็ไม่ได้เล่นอะไรมาก นอกจากเดินไปทั่ว กระโดดให้เค้าถ่ายรูป และฟังเค้าคุยกัน

หลังจากกินมื้อเย็น ก็มาทำหน้าที่เดิมต่อ กับการนมัสการรอบเย็น หลังจากนั้นก็มาเริ่มฟังการแบ่งปัน โดยวิทยากรค่ายชาวสิงคโปร์ ชื่อ  อ.ทิโมธี ลิว ซึ่งเป็นถึงประธานกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาของประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว น่าสนใจ  ทำให้ในค่ายนี้เป็นการแบ่งปันภาคภาษาอังกฤษ ทำให้มีบางส่วนที่ฟังไม่คล่อง ไม่ชัด (ซึ่งกริชเองก็เป็นเช่นนั้น) จึงทำให้มีพี่ๆ ที่อยากจะช่วยแปล ก็มาช่วย โดยพูดผ่านคลื่นวิทยุ 99.9 FM เลขสวยดี  แม้ในบางครั้งจะโดยคลื่นแทรกบ้าง  แต่ก็ช่วยในการฟัง ให้เข้าใจได้บ้าง

 

เนื้อหาของการฟังการแบ่งปันรอบแรกนี้ ใช้ พระธรรมปฐมกาล บทที่ 1 ที่กล่าวถึงช่วงเวลาที่พระเจ้าทรงสร้างโลก สิ่งที่ได้ มีดังนี้

–  คำว่า Work หมายถึงงาน หรือการทำงาน กับคำว่า Worship หมายถึง การนมัสการพระเจ้า มีรากศัพท์มาจากคำเดียวกัน

–  เราควรจะถวายตัวของเราแด่พระเจ้า ยอมให้ชีวิตของเราเป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ตามพระคัมภีร์ โรม บทที่ 12 ข้อ 1

–  เราไม่ควรที่ให้พระเจ้าเป็นเหมือนเครื่องกดน้ำอัดลม ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาอะไร ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จะเป็นแค่การสวดภาวนา หรือแค่ขอในสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราควรทำคือ  เราต้องให้พระเจ้านำเราในการดำเนินชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่ขออย่างเดียว

– เราควรมีการหยุดพักเอาไว้บ้าง  ทำให้เราเห็นว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมทุกอย่าง  พระเจ้าตรัสให้เรารู้ว่าเราก็ต้องจำเป็นที่จะพักบ้าง แต่ก็ไม่ใช่พักนานจนไม่เป็นอันทำหน้าที่การงานของเรานะ

 

จริงๆ มีเนื้อหาที่เยอะกว่านี้ แต่เนื่องจากในบางครั้งก็ต้องฟังภาษาอังกฤษบ้าง ทำให้จับเนื้อหาได้ไม่ค่อยเยอะนัก

หลังจากนั้นก็มีการ discussion กันตามกลุ่มที่ได้แบ่งกันไว้แล้ว ดูจากสมุดค่าย ซึ่งก็จะเป็นการตอบคำถามแล้วให้แชร์กันในกลุ่ม ว่าเราได้อะไรกันบ้างจากที่เราได้ฟังกันมา

ต่อมาก็จะเป็นการแนะนำพันธกิจของ นคท. บ้างว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง รวมถึงแผนใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ นคท . เนื่องจากว่า นคท. หรือสมาคมนักศึกษาคริสเตียนไทย ก็มเพิ่งเข้าสู่ปีที่ 40 แล้ว จึงอยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ไปในทิศทางที่เหมาะสมกับปัจจุบัน

 

ขอตัดจบกับวันแรก มุ่งสู่วันที่ 2 ต่อ…

———–

 

วันที่ 2 พอตื่นเช้า สิ่งที่ต้องทำคือ เฝ้าเดี่ยว และเฝ้ากลุ่ม (ผู้นำคือ พี่ไบร์ท สาธร นั่นเอง) ศึกษาพระคัมภีร์ตอนเช้า ซึ่งในเช้าวันนี้ก็มีโอกาสได้เรียนรู้จากข้อพระคัมภีร์ เอเฟซัส 4:17-24, 6:5-9  สิ่งที่ได้ จากการเฝ้าเดี่ยว มีดังนี้

–  เราควรดำเนินชีวิตให้อยู่ในทางของพระเจ้า โดยการเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่กระทำสิ่งที่น่าละอาย และเป็นบาป

–  ไม่ควรยึดติดวัตถุทางโลกมากเกินไป เพื่อที่เราจะได้มีเวลาสนใจ ติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้น ทำให้เป็นนิสัย เพื่อที่จะได้ไม่ชินชากับความบาป

–  เราควรยอมเชื่อฟังเจ้านาย  มีความคิดไปในทางที่ดีต่อเจ้านาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังด้วยความเต็มใจ รวมถึงเพื่อนร่วมงาน เราควรทีทัศนคติที่ดี เพื่อที่เราจะได้ทำงานร่วมกันได้ดี

–  ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่ มีความสุขกับงานที่เราได้ทำ เพื่อที่งานที่ทำจะได้ออกมาดี

ฉันรักพระเยซูมาก ขึ้นทุกวัน มากขึ้นทุกวัน ทุกวัน มากขึ้นทุกวัน และทุกวัน

หลังจากนั้นก็กินข้าว แบบบุฟเฟ่ต์ มีไส้กรอก ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว และอื่นๆ จนอิ่ม แล้วก็มาเริ่มกันต่อกับ Mini Game สั้นๆ ได้ออกมาร่วมเต้นเพลง ฉันรักพระเยซูมากขึ้นทุกวัน กันด้วย ก็เต้นกันสนุกๆ ดี หลังจากนั้นก็เป็นเพลงนมัสการ

 

ต่อมา สิ่งที่สำคัญของค่าย คือการแบ่งปันครั้งที่ 2 ของ อ.ทิโมธี ลิว คราวนี้เคลื่อนแทรกเยอะ จนต้องย้ายมานั่งข้างหลัง เพื่อที่จะได้ฟังได้ถนัดขึ้น ช่วงเช้านี้ ใช้พระธรรม ปฐมกาล บทที่ 2 ในการแบ่งปัน  ซึ่งกล่าวถึงช่วงหลังจากที่พระเจ้าทรงสร้างโลกแล้ว ก็ทรงหยุดพักในวันที่ 7 สิ่งที่ได้ มีดังนี้

– คำเหล่านี้มีรากศัพท์มาจากคำเดียวกัน Voca = Vocatio = ได้รับการทรงเรียก = Vocation = อาชีพ, การงานอาชีพ เป้าหมายของชีวิตในทุกด้าน รวมถึงการรับใช้ และการทำงานในโลก

–  การเป็นสาวก กับการดำเนินชีวิต 2 สิ่งนี้เราควรที่จะทำไปด้วยกัน

–  เมื่อเราเจอกับปัญหา  ดูเหมือนว่า สิ่งนั้นเป็นไวรัสในคอมพิวเตอร์  สิ่งที่จะแก้ปัญหาไวรัสได้ ก็คือ Antivirus ซึ่งเปรียบได้กับพระคัมภีร์ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้

– ไม่ควรมีการแบ่งแยกการทำงานระหว่างผู้รับใช้กับฆราวาส  ไม่มีการแยกวันทำงานรับใช้ในวันอาทิตย์กับวันทำงานปกติ เพราะงานเหล่านี้สามารถทำได้ทุกวัน ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำได้

 

ติดตามตอนต่อไป